- เกี่ยวกับรัชกาลที่ 3
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

อภิลักขิตสมัย ครบ ๒๐๐ ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
แห่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในอภิลักขิต ครบ ๒๐๐ ปี แห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ณ พระอารามหลวงประจำพระองค์ วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีสำคัญที่สุดสำหรับทุกประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ถือเป็นเครื่องเชิดชูเฉลิมพระเกียรติยศองค์พระประมุขทรงเป็นพระราชาธิบดีของประเทศ โดยสมบูรณ์ การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ไทย ประจักษ์ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะผู้ใหญ่ สร้างเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ โดยสอบค้นคัมภีร์โบราณเพื่อกำหนดการพระราชพิธีอย่างเป็นแบบแผน มีพราหมณ์พระราชครูรอบรู้ในพระเวทและพิธีการเป็นผู้ประกอบพิธีตามคติความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมุติเทพหรือทิพยเทวตาร อุบัติมาเพื่อขจัดทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร์ใต้พระบรมโพธิสมภาร ให้มีความสุข บำรุงอาณาจักรให้เจริญรุ่งเรืองพรั่งพร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ สถานประกอบพระราชพิธี คือ พระที่นั่งหมู่พระมหา มณเฑียร ได้แก่ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และพระที่นั่งไพศาลทักษิณ สืบมาถึงปัจจุบัน

การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เมื่อเสด็จดำรงสิริราชสมบัติ อุบัติตามความเห็นของพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางผู้ใหญ่ กำหนดเริ่มพิธีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๓๖๗ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีวอก พระชนมพรรษา ๓๗ พรรษา พระนามตามจารึกพระสุพรรณบัฏ ว่า “ พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราช ราชาธิบดินทร์ ธรนินทรธราธิราช รัตนากาศภาสกรวงษ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตรวรนาถนายก ดิลกรัตนราช ชาติอาชาวไศรย สมุทัยตโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาดาธบดี ศรีวิบุลยคุณณิษฐฤทธิราเมศ วรมหันตบรมธรรมิกราชาธิราชเดโชไชย พรหมเทพาชาติเทพย์นฤบดินทร์ ภูมินทรปรมาธิเบศร์ โลกเชฐวิสุทธิรัตนมกุฏประเทศคตามหาพุทธางกูร บรมบพิต” โหราจารย์คำนวณพระฤกษ์ตั้งพิธีสงฆ์ พิธีพราหมณ์ พระสงฆ์เจริญพระปริตรพุทธมนต์ ๓ วัน วันอาทิตย์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๓๖๗ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีวอก วันพระราชพิธีได้พระฤกษ์สรงน้ำมุรธาภิเษกพระเต้าปทุมนิมิต แล้วทรงเปลี่ยนเครื่องสีแดง เสด็จขึ้นประทับตั่งอัฐทิศรับน้ำกลศ น้ำสังข์ ๘ ทิศ แล้วเสด็จประทับพระที่นั่งภัทรบิฏ รับพระสุพรรณบัฏ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภค เครื่องอัษฎาวุธ และราชสมบัติ แล้วเสด็จขึ้นพระมหามณเฑียร ปรนนิบัติพระสงฆ์ฉัน และถวายเครื่องไทยธรรม แล้วเสด็จออกพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานประทับพระราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตรฉัตร ข้าราชการเข้าเฝ้ากราบถวายบังคม เจ้าพระยาที่สมุหนายก สมุหกลาโหม และเจ้าพระยาจตุสดมภ์ กราบทูลถวายสรรพสิ่งทั้งปวงตามตำแหน่งราชการ ทรงปฏิสันถาร ท้าวสมศักดิ์กราบบังคมทูลถวายสิบสองพระกำนัลและสรรพสิ่งต่างๆ ของฝ่ายใน แล้วเสด็จขึ้นพระมหามณเฑียร พระบรมวงศ์เธอผู้ใหญ่ถวายดอกหมากทองคำ ท้าวทรงกันดารถวายกุญแจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสักการะพระบรมศพสมเด็จพระบรมชนกนาถ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้งเที่ยวไปและกลับ ทรงโปรยดอกพิกุลเงิน พิกุลทอง เงินสลึงตามทางเสด็จพระราชดำเนิน แล้วเวียนเทียนสมโภชพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

วันรุ่งขึ้น ถือน้ำพระพิพัฒนสัตยา แล้วเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ให้ราษฎรชื่นชมพระบารมี และยังมีพระราชพิธีอื่น ๆ สืบเนื่องเป็นราชประเพณีสืบมา ได้แก่ พระราชพิธีอุปราชาภิเษก การตั้งพระราชาคณะ การสถาปนาสมเด็จพระพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการที่มีความดีความชอบ เป็นอาทิ
การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแห่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ที่นำมาแสดงโอกาสนี้ เป็นการเล่าขานเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สังเขปที่เนื่องในพระองค์ได้เวียนมาครบ ๒๐๐ ปี แห่งการเสด็จดำรง เป็นพระมหากษัตริย์ที่สุดประเสริฐของชาติไทยพระองค์หนึ่ง.
