พระราชประวัติ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เจ้าจอมมารดาเรียม (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระอิสริยศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระศรีสุลาลัย เป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2330 ณ พระราชวังเดิม กรงธนบุรี

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

วัดราชสิทธาราม

เมื่อพระชนมพรรษา 26 พรรษา

ทรงได้รับการสถาปนาขึ้น ทรงกรม ทรงพระนามว่า “พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงไว้วางพระราชหฤทัยมาก โปรดเกล้าฯ ให้ทรงกำกับราชการกรมท่า กรมพระคลัง มหาสมบัติ กรมพระตำรวจ ว่าความฎีกา ซึ่งเป็นราชการ ที่สำคัญมากในสมัยนั้นนอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการต่างพระเนตรพระกรรณด้วย

พระองค์ทรงรับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระบรมชนกนาถด้วยความจงรักภักดี มีความหวังดีต่อบ้านเมืองและเมตตาต่อไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ในยามที่เงินแผ่นดินขาดแคลน พระองค์ได้นำเงินส่่วนพระองค์ที่ได้จากการค้าสำเภากับนานาประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงยกย่องตรัสล้อเรียกว่า “เจ้าสัว” นอกจากนี้ ยังทรงตั้งโรงทานเลี้ยงดูประชาชนที่อัตคัดขัดสน ที่บริเวณหน้าวังท่าพระอันเป็นที่ประทับขณะนั้นด้วย

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานองค์ตะวันออก
เมื่อวันพุธที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2394 สิริรวมพระชนมพรรษา 63 พรรษา 2 วัน
เวลาที่ครองราชย์ 26 ปี 8 เดือน 12 วัน

ทรงมีพระราชโอรส 22 พระองค์ พระราชธิดา 29 พระองค์ รวม 51 พระองค์
จากเจ้าจอมมารดา 35 ท่าน ในจำนวนนี้ประสูติก่อนบรมราชาภิเษก 38 พระองค์
และเมื่อบรมราชาภิเษกแล้ว 13 พระองค์
มิได้ทรงสถาปนาเจ้าจอมท่านใดเป็นพระมเหสี พระราชโอรสพระราชธิดา
จึงดำรงพระอิสริยฐานันดรศักดิ์เป็น “พระองค์เจ้า” มีสายราชสกุลที่สืบเนื่องมา 13 มหาสาขา
ได้แก่ ศิริวงศ์ โกเมน คเนจร งอนรถ ลดาวัลย์ ชุมสาย ปิยากร อุไรพงศ์ อรณพ
ลำยอง สุบรรณ สิงหรา ชมพูนุท

พระราชดำรัสสุดท้ายเมื่อก่อนเสด็จสวรรคต ที่ทำให้คนไทยในยุคสืบต่อมาสมควรต้องระลึกถึง
ไตร่ตรองเสมอเกี่ยวกับบ้านเมือง แม้เวลาจะล่วงแล้ว 153 ปีก็คือ

“การศึกสงครามข้างญวน ข้างพม่า ก็เห็นจะไม่มีแล้ว
จะมีอยู่แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้
การงานสิ่งใดของเขาที่คิดไว้ ควรจะเรียนเอาไว้ก็เอาอย่างเขา
แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปทีเดียว”

เกี่ยวกับรัชกาลที่ 3

ดูเกี่ยวกับรัชกาลที่ 3 ทั้งหมด